5 สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในการตั้งชื่อบริษัท ถ้าไม่อยากให้ธุรกิจเจ๊ง

การตั้งชื่อบริษัทเป็นอีกหนึ่งเรื่องของการเริ่มต้นกิจการที่มีความสำคัญ เพราะต้องคิดถึงภาพลักษณ์และให้เป็นที่จดจำของผู้บริโภคได้ง่าย และนี่คือ 5 สิ่ง ต้องเลี่ยงในการตั้งชื่อบริษัท ให้เฮงรับทรัพย์ “

การตั้งชื่อชื่อ บริษัท เป็นส่วนประกอบเล็กๆ ที่มีความสำคัญอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นสิ่งที่จะทำให้คุณดูโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่งทางธุริกจ และยังสร้างภาพพจน์ให้กับบริษัทของคุณอีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้อาจารย์ได้รวบรวม 5  สิ่ง ต้องเลี่ยงในการตั้งชื่อบริษัท เพื่อจะได้หลีกเหลี่ยงสิ่งเหล่านี้ในการตั้งชื่อบริษัท เผื่อในอนาคตคุณผู้อ่านมีบริษัทเป็นของตัวเองค่ะ

1. ไม่ใช้คำกำกวมจนลูกค้าไม่เข้าใจในการตั้งชื่อบริษัท

หลีกเลี่ยงการตั้งชื่อบริษัทที่มีความหมายกำกวม หรือสะกดยากจนเกินไป ยกตัวอย่าง บริษัท เต้นท์บ้านรถ อาจจะสร้างความสับสนให้กับลูกค้าว่า ว่าธุรกิจนั้นขายรถหรือขายบ้านกันแน่ ส่งผลต่อแง่ของความจดจำ ทำให้ลูกค้าไม่จดจำชื่อบริษัทนั้นๆ และในท้ายที่สุด บริษัทก็จะเป็นฝ่ายเสียผลประโยชน์ไปซะเอง

2.ไม่ใช้ชื่อบริษัทที่สะกดยากเกินไปในการตั้งชื่อบริษัท

การตั้งชื่อบริษัทที่ดีนอกจากสื่อความหมายได้ดีมีเอกลักษณ์แล้ว ยังต้องสามารถทำการสะกดและเขียนได้ง่ายอีกด้วย เพราะหลายครั้งการเลือกใช้ชื่อบริษัทที่ทำการเขียนและสะกดยาก อาจจะสร้างปัญหาตอนเขียน ทำให้สะกดผิด ยกตัวอย่างเช่น บริษัทรุ่งเรืองพันธุ์ อาจจะเขียนได้หลายแบบ เช่น บริษัทรุ่งเรืองพรรณ บริษัทรุ่งเรืองภัณฑ์ ซึ่งอาจจะก่อให้การผิดพลาดในการเขียนได้บ่อยครั้ง จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นอีกบริษัทหนึ่งไปเลยก็ได้

   3.ไม่ตั้งชื่อบริษัทให้แคบจนเกินไป

ชื่อบริษัท ที่ดีนอกจากสื่อความหมายได้ดีมีเอกลักษณ์แล้ว ยังต้องสามารถทำการสะกดและเขียนได้ง่ายอีกด้วย เพราะหากตั้งชื่อบริษัทแคบจนเกินไป ทำให้เป็นปัญหาได้ เมื่อเจ้าของธุรกิจคิดจะขยายกิจการเพิ่มในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น Mestyle Clothing Ltd. ซึ่ง clothing แปลว่า เสื้อผ้า ผู้ซื้ออาจจะคิดว่าบริษัทใขายสินค้าเกี่ยวกับขายเสื้อผ้าอย่างเดียว ซึ่งดูจำกัดขอบเขตของประเภทของธุรกิจมาก ดังนั้นควรตั้งชื่อบริษัทให้เป็นชื่อกว้างๆ ไม่เจาะจงประเภทของธุรกิจ เผื่อในอนาคตข้างหน้าเกิดการขยายธุรกิจแล้วจะไม่เกิดปัญหาตามมา ยกตัวอย่างเช่น Mestyle global .ltd , Mestyle group .ltd เป็นต้น

4.ไม่ใช้ชื่อสถานที่มาตั้งชื่อบริษัท

หากนำชื่อสถานที่มาตั้งเป็นชื่อบริษัทอาจจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง ทั้งในด้านการเติบโตและการดึงดูดลูกค้า โดยในด้านของการเติบโตนั้น หากนำเอาชื่อของทำเลที่ตั้งมาเป็นชื่อบริษัท เมื่อต้องการขยายสาขาไปในต่างพื้นที่ อาจเกิดปัญหาว่าลูกค้าเกิดความไม่คุ้นชิน ไม่คุ้นหู เพราะที่ตั้งของบริษัทไม่ใช่พื้นที่ของสาขานั้นๆ ที่ตัวเองคุ้นเคย ทำให้ไม่เกิดการจดจำในชื่อของธุรกิจนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น ตั้งชื่อบริษัทขายอะไหล่รถยนต์ ชื่อว่า อุดรธานีอะไหล่ยนต์ เพราะมีที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อในอนาคตมีการขยายสาขาไปยังจังหวัดอื่น เช่น จังหวัดขอนแก่น อาจจะก่อให้เกิดความสับสบแก่ลูกค้าได้ ว่าบริษัทตั้งอยู่ที่จังหวัดอุดรธานีหรือเปล่า จึงถือเป็นเรื่องการเสียโอกาสทางธุรกิจอย่างสิ้นเชิง

5. ไม่เลือกตั้งชื่อบริษัทที่เป็นมงคล

หากตั้งชื่อบริษัทโดยที่ไม่เป็นมงคล ในแง่ของความหมายและ ในแง่ของถูกต้องตามเลขศาสตร์  และหากผลรวมชื่อ การตั้งชื่อบริษัท นั้นรวมกันเลขที่ไม่ดี ในแง่ของความเชื่อจะส่งผลให้การเริ่มต้นกิจการนั้น พบเจอแต่อุปสรรคและปัญหา การทะเลาะเบาะแว้งกับหุ้นส่วนขึ้นได้ค่ะ เพราะฉะนั้นหากเราคิดที่จะเริ่มเปิดบริษัทแล้ว การตั้งชื่อบริษัทที่เป็นมงคลถือว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมดวงชาตา กิจการให้เจริญก้าวหน้าได้เช่นกัน

ยกตัวอย่างชื่อบริษัทที่ตั้งชื่อบริษัทที่เป็นมงคล ได้แก่ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ พบว่าถอดค่าทางเลขศาสตร์ได้เลข 51 ซึ่งเป็นเลขที่ดีมากๆ  อิทธิพลของเลขนี้ ส่งผลให้ กิจการที่ทำอยู่มักมีผู้อุปถัมภ์เป็นอย่างดี  ทำกิจการหรือมีหุ้นส่วนค่อนข้างดีมาก มีความสามารถรอบด้านไม่ว่าจะเป็น ด้านวิชาการ หรือ ด้านศิลปะ มีความคิดที่ลึกซึ้ง จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีทั้งทางด้านครอบครัวและด้านสินทรัพย์ฐานะร่ำรวย  มีชื่อเสียงโด่งดัง  ได้รับการนับถือจากวงสังคม มีผู้ใหญ่รักใคร่และให้การสนับสนุนอยู่ตลอด จะเห็นได้ว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับต้นๆของประเทศก็ไม่ละเลยที่จะเลือกใช้ชื่อที่เป็นสิริมงคลเช่นเดียวกันค่ะ

สำหรับใครที่กำลังเริ่มต้นกิจการใหม่ ก็อย่าลืมตั้งชื่อบริษัท ตั้งชื่อร้าน ตั้งชื่อแบรนด์สินค้าให้เป็นมงคล เพื่อเสริมดวงกิจการ เพื่อเป็นการปูทางธุรกิจที่นำไปสู่ความสำเร็จและปราศจากอุปสรรคค่ะ

Compare listings

เปรียบเทียบ